โชคชัย เมธียนต์พิริยะ
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท โปรดีเคล จำกัด

จากหมวกกันน๊อค ติดรูปลอก สู่งานพิมพ์

คนจีนโพ้นทะเลมักจะสร้างตำนานทำมาหากินของตนเอง ตามสายวิชาชีพต่างๆให้ลูกหลานได้สืบทอด ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเล่มแล้ว เล่มเล่า
ครอบครัวนี้เป็นตำนานของหมวกกันน๊อค ที่มาตามกระแสของความห่วงใยของภาครัฐพอดิบพอดี ที่ออกมาตรการให้ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ต้องสวมหมวกนิรภัย เปิดไฟหน้า เพื่อความปลอดภัย ยามขับขี่บนท้องถนน เมื่อค้นพบว่าสถิติของผู้ใช้จักรยานยนต์มีอัตราความเสี่ยงเสียชีวิต – พิการ – บาดเจ็บมากขึ้นทุกวัน

อากง - หนุ่มแต้จิ๋วรุ่นกระทง หอบเสื่อใส่เรือสำเภามาขึ้นฝั่งที่เมืองไทย ยึดอาชีพทำอะไหล่มอเตอร์ไซด์ ทำเองในบ้าน ส่งโรงงานประกอบ ยุคเมื่อ 30 ปีก่อน หมวกกันน๊อคยังต้องนำเข้าราคาแพง เมืองไทยยังผลิตเองไม่ได้ ถือว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย รุ่นลูกของอากง หัวดี มองลู่ทางว่าหมวกกันน๊อคน่าจะขายดี คนไทยช่างคิด ช่างประดิษฐ์อยู่แล้ว เริ่มลงมือทำ พัฒนาคุณภาพเป็นที่ยอมรับ จนตั้งโรงงานผลิตได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ลูกๆ ทั้ง 4 คน มาช่วยเสริมแรง เมื่อโรงงานขยายตัว รับจ้างผลิตให้หลายยี่ห้อ ใช้พนักงานกว่า 200 คน และมียี่ห้อของตัวเองคงไว้ชื่อ ‘AVEX’ โชคชัย เมธียนต์พิริยะ ลูกชายคนสุดท้องของครอบครัว ดูว่าจะเป็นผู้นำความทันสมัยเข้าบ้าน เขาจบคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยอัญสัมชัญ พี่น้องคนอื่นๆถูกมอบหมายให้ดูงานในส่วนต่างๆของโรงงาน โชคชัยดูแลสายการผลิต เขาจึงใช้ระบบคอมพิวเตอร์มาวางระบบให้โรงงานทันสมัย จนติดอันดับ 1 ใน 3 ของผู้ผลิตหมวกกันน๊อคของเมืองไทย ด้วยยอดการผลิตราว 1,200 ใบต่อวัน“ไต้หวันถือว่าเป็นผู้นำในการผลิตหมวกกันน๊อคของเมืองไทย ผมบินไปดูงาน เห็นว่าเขามีลวดลายติดที่หมวก

ความสวยงามกลายเป็นแฟชั่นของคนใช้มอเตอร์ไซด์ที่เข้ามาเมืองไทยในเวลาต่อมา” โชคชัย ฯ เริ่มศึกษาการพิมพ์ลวดลายบนหมวกกันน๊อคในปี 2537 และทำสำเร็จในปีถัดมา
หมวกกันน๊อคของโรงงานแห่งนี้จึงสวยงาม ขายได้ราคาแพงขึ้น การผลิตรูปลอกของเขามีราคาถูกกว่ารูปลอกนำเข้า 30 – 40 เปอร์เซ็นต์ โรงงานผลิตหมวกกันน๊อคเจ้าอื่นยังต้องมาสั่งซื้อจากโชคชัย เขากลายเป็นโลโก้ของผู้ผลิตรูปลอกไปแล้ว ปี 2541 – 2542 เศรษฐกิจฟุบ โชคชัยเริ่มมองหาว่า ธุรกิจใดที่จะรองรับได้บ้าง เขาเหลือบไปเห็นการโฆษณาข้างรถปรับอากาศ รถมินิบัส พบว่ามีวิธีการทำใกล้เคียงกับการผลิตรูปลอกของเขา“เพื่อนผมได้รับ สัมปทานทำรถมินิบัส ผมแวะเข้าไปพบ ได้คุยกัน เพื่อนให้คำแนะนำหลายอย่าง จนผมตัดสินใจว่า ธุรกิจการพิมพ์กับอิงค์เจ็ท น่าจะเป็นเทคโนโลยีในยุคต่อไป” เขาศึกษาระบบอิงค์เจ็ท จนตัดสินใจซื้อเครื่องพิมพ์ด้วยเงินลงทุนถึงเจ็ดหลัก จนวันนี้เขากลายเป็นผู้พิมพ์งานโฆษณาทั้งแบบ Indoor และ Outdoor เจ้าที่มีบทบาทสำคัญเจ้าหนึ่งของวงการ“แรกๆ ผมต้องวิ่งหางานเอง เน้นเรื่องการบริการ เพราะรู้ว่าธุรกิจนี้การแข่งขันสูงมาก” โชคชัย ฯ เริ่มเข้าสู่วงการการพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบเต็มตัวเมื่อปี 2542 เขามีลูกค้าประจำที่เชื่อใจในฝีมือ และอาจมีงานจรที่เจ้าตัวบอกว่า ถ้าพิมพ์ไม่ทันบอกผมได้

ออฟฟิตของเขาอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงงานผลิตหมวกกันน๊อคของบิดา อย่างน้อยเขาก็ยังมีส่วนที่จะต้องดูแลกิจการของครอบครัวอยู่บ้าง แม้จะมีกิจการเป็นของตัวเอง ตามประเพณีลูกชายของครอบครัวคนจีนแม้ไม่เคย ไปเป็นลูกจ้างของใครมาก่อน โชคชัย ฯ เริ่มงานกับครอบครัวและมองลู่ทางต่องาน จากธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัว เขาเป็นเถ้าแก่ที่เข้าใจลูกน้อง บริหารงานแบบมืออาชีพ เหมือนตำราบริหารธุรกิจที่เรียนมาวัยเฉียด 40 กับงานบริหารคนนับร้อย การแบ่งเวลางาน การดูแลลูกค้า การให้เวลาครอบครัว ลูกๆวัยน่ารักทั้งสาม โดยเฉพาะคู่แฝดชาย เจ้าตัวเล็กวัยซน 2 ขวบเศษ กำลังน่าหลงใหลโอกาสของธุรกิจยังมีมากมาย บิดาเคยให้ข้อคิดว่า “เงินทองมีอยู่มากมายก่ายกอง เต็มไปหมด ลื้อมีปัญญาเก็บมันมาได้หรือเปล่า?”“โลกธุรกิจไม่มีคู่แข่ง มีแต่เพื่อนร่วมอาชีพ พันธมิตรธุรกิจเดียวกันทั้งนั้น แข่งกันให้บริการลูกค้า ยกระดับอาชีพกันดีกว่านะครับ” คนไทยน่าจะแข่งขันกันอยู่ในเกม คู่แข่งตัวจริงที่น่ากลัว น่าจะเป็นนักธุรกิจข้ามชาติที่ตัวโต กว่าเรา มือยาวกว่าเรามากกว่า...



 
 
 
Copyright 2009 , OHMMAG.com
Site by Bangkok Solutions Co., Ltd.