"ผมดูหนังในโรงภาพยนตร์เห็นว่าจอใหญ่ดี เลยคิดว่าถ้าเป็นหนังจริงๆ ของกสิกรไทยคงจะน่าตื่นเต้นน่าดู” นี่คือถ้อยคำของ คุณปั้น - บัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการทุ่มงบ 100 ล้านบาท สร้างหนังโฆษณาชุดใหม่ ทั้ง 8 เรื่องของเครือกสิกรไทย

การสร้างหนังโฆษณาแนวคิดใหม่ในครั้งนี้ คุณปั้นบอกว่า จะเป็นการเจาะกลุ่มเป้าหมายทั้ง 7 กลุ่มของธนาคาร ประกอบด้วย กลุ่มลูกค้าสหบรรษัทธนกิจ กลุ่มลูกค้าบรรษัทธนกิจ กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการขนาดย่อม กลุ่มลูกค้าบุคคลพิเศษ กลุ่มลูกค้าบุคคลระดับกลาง กลุ่มลูกค้าทั่วไป และ K Now บริการข้อมูลข่าวสารนอกเหนือจากบริการทางการเงิน โดยได้วางแนวคิดว่าจะฉายในโรงภาพยนตร์ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อสร้างความแตกต่าง และความแปลกใหม่
“เราเริ่มต้นฉายในโรงภาพยนตร์ เพราะเห็นว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสารการตลาดยุคใหม่ อีกทั้ง โรงภาพยนตร์นับเป็นแหล่งบันเทิงราคาถูก ซึ่งประชาชนน่าจะหันมาดูภาพยนตร์กันมากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจยุคนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ฉายในช่องทางอื่น เพราะบนรถไฟฟ้าบีทีเอสเราก็มีการยิงโฆษณาด้วยเหมือนกัน ส่วนการโฆษณาทางโทรทัศน์ทั่วไปนั้นก็อาจจะมีในระยะต่อไป” คุณปั้นกล่าว
ในภาวะเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในขณะนี้ หลายฝ่ายอาจจะเห็นว่า งบประมาณโฆษณา นับเป็นงบส่วนแรกๆ ที่จะถูกตัดออกไป แต่จากงบประมาณของหนังโฆษณาทั้ง 8 เรื่อง ที่รวมแล้วทั้งสิ้น 100 ล้านบาท น่าจะเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า Kbank ยังคงให้ความสำคัญทั้งกับภาพลักษณ์ของบริษัทและการบุกขยายธุรกิจ “เศรษฐกิจเป็นแบบนี้เรายิ่งต้องโฆษณาให้หนัก เพื่อจะได้เป็นการกระตุ้นผู้บริโภคให้จดจำเราได้อย่างต่อเนื่อง เพราะภาคธุรกิจก็อยู่ได้ด้วยโฆษณา” คุณปั้นกล่าวปิดท้าย
สำหรับการแข่งขันในธุรกิจธนาคารปีนี้ “ดร.ประสาร ไตรรัตนวรกุล” กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า “ยังรุนแรงเหมือนเดิม” และจากประสบการณ์อันเชี่ยวกรากในแวดวงการเงินการธนาคาร บอกได้เลยว่า ในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ ธนาคารพาณิชย์จะหันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพสินทรัพย์มากขึ้นนอกจากนี้ก็คงจะปรับฐานเงินฝากให้สูงขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อ ซึ่งก็คงต้องขึ้นกับกลยุทธ์ของแต่ละธนาคารว่าจะมีแนวทางในการเข้าถึงแหล่งเงินอย่างไร แต่ในส่วนของธนาคารกสิกรไทย จะใช้แนวทางการระดมทุนที่หลากหลายในการดึงเม็ดเงินจากฐานลูกค้า

“เราคงจะไม่เน้นเฉพาะเงินฝากเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นทั้งตั๋วแลกเงิน และกองทุนรวม ในการระดมเงินทุน ซึ่งเชื่อว่าแต่ละธนาคารคงมีแนวทางการระดมทุนที่หลากหลายยิ่งขึ้น”
ขณะที่ในแง่ของกลยุทธ์การตลาดแล้ว ดร.ประสาร บอกว่า ธนาคารจะเน้นการคิดโปรดักซ์ใหม่ แบบเจาะจงกลุ่มลูกค้า เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยจะใช้ช่องทางสื่อสารการตลาด ในการนำเสนอ
สอดคล้องกับแนวคิดของ “ชาติชาย พยุหนาวีชัย” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ที่เห็นว่า การช่วงชิงฐานลูกค้าทั้งในด้านการปล่อยสินเชื่อ และการระดมเงินฝาก จะมีเพิ่มขึ้นมาตามลำดับ โดยในด้านสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME จะมีการช่วงชิงฐานลูกค้าอย่างดุเดือด ส่วนการระดมเงินฝากธนาคารจะมุ่งเน้นที่การให้บริการควบคู่อัตราดอกเบี้ยที่จูงใจ
“การแข่งขันจะไม่ใช้มาตรการด้านดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว KBank จะใช้มาตรการทั้ง Financial และ Nonfinancial โดยจะมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจแก่ลูกค้าในการประกอบธุรกิจ ส่วนการระดมเงินฝาก ธนาคารจะอาศัยสาขาที่กว้างขวาง ประกอบกับแคมเปญดอกเบี้ยอัตราพิเศษหลายรูปแบบในการดึงดูดลูกค้า ซึ่งเรามั่นใจว่า แคมเปญต่างๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง จะทำให้ธนาคารมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น”
จากคำพูดของคุณชาติชาย ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยแต่อย่างใด เนื่องจากในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ธนาคารกสิกรไทยมีฐานเงินฝากที่เพิ่มขึ้นถึง 5 % มาอยู่ที่ระดับ 7-8 แสนล้านบาท สูงกว่าตลาดรวมที่เติบโตแค่ 1.5 % ขณะที่สินเชื่อรวมมีการขยายตัว 6-7 % มาอยู่ที่ 8 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของทั้งตลาดซึ่งอยู่ที่ 7-8 %

 
 
 
Copyright 2009 , OHMMAG.com
Site by Bangkok Solutions Co., Ltd.