|
“ผมเน้นและให้ความสำคัญกับความเป็นมืออาชีพของงานสื่อสารมวลชน” |
|
|
|
“ผมเน้นและให้ความสำคัญกับความเป็นมืออาชีพของงานสื่อสารมวลชน” พบว่าภาครายการของ อสมท รายการประเภทข่าว และสารคดีเชิงข่าว เพิ่มสัดส่วนขึ้นจาก 34% เป็น 40% โดยมีรายการเชิงสอบสวน สารคดียิ่งใหญ่ระดับทวีป เช่น มหานทีลุ่มแม่น้ำโขง รายการเด็ก ข่าวกีฬา เข้ามามากขึ้น การมีรายได้จากหน่วยงานภาครัฐ – เส้นเลือดใหญ่ของรายได้ ผลพวงของการเป็นรัฐวิสาหกิจ มาวันนี้ลดลงจาก 30% เหลือเป็น 12% คุณวสันต์บอกว่า สนามของภาคองค์กรธุรกิจเอกชน เป็นสนามจริงของการแข่งขันที่ท้าทายเขายิ่งนัก แต่การประเมินงานเชิงคุณภาพ มีตัวบ่งชี้วัดที่ไม่ชัดเจนนัก หากแต่การวัดผลเชิงปริมาณ ด้านตัวเลขรายได้ ผลกำไรกลับชัดเจน และถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อพูดถึงผลงานของผู้บริหาร
คนข่าวอย่างเขามีแววตามั่นคง มุ่งมั่น ด้วยจิตวิญญาณของ “คนสื่อ” อยู่เสมอ เขาสนุกกับงาน แม้บางครั้งการปรากฏตัวของเขากับข่าวบันเทิง “ผมเน้นและให้ความสำคัญกับความเป็นมืออาชีพของงานสื่อสารมวลชน แม้จะต้องสวมหมวกอยู่หลายใบ ไม่รู้สึกกดดัน ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ไม่คิดว่าเสียเวลากับการทำงานที่นี่ วันนี้และทุกวันของผมคือความตั้งใจทุ่มเท มั่นใจว่าจะผ่านการประเมินไปได้ครับ”ดูจะขัดกับบุคลิกเดิมของวสันต์อยู่บ้างก็ตาม ความเสี่ยงขององค์กรสื่อ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารไม่อาจละสายตาได้ การแข่งขันรุนแรงมากของธุรกิจสื่อ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เปิดช่องปล่อยทางเดินให้การแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้น โครงสร้างรายได้ของ อสมท มาจากโทรทัศน์ 60%, วิทยุ 20% และรายได้อื่นๆ 20% ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเป็นรายรับจากการเก็บค่าสัมปทานจากภาคเอกชน แต่หากอนาคตกฎระเบียบที่เปิดกว้าง ย่อมส่งผลถึงรายได้ที่อาจลดลงด้วย “ผมคิดว่าแม้ Cable TV จะมีโฆษณาได้คงไม่กระทบกับ อสมท มากนัก รวมทั้งผลกระทบจาก พ.ร.บ. ธุรกิจกระจายเสียง วิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ซึ่งน่าจะมีผลบังคับใช้ในราวเดือนสิงหาคมนี้ เพราะเรากำลังเสนอการได้รับความคุ้มครองในสัญญาสัมปทาน แต่ก็ยอมรับครับว่า อาจส่งผลกระทบกับรายได้ของ อสมท ในปี 2552” การปรับกลยุทธ์ของการดำเนินการให้ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง และโลกที่เปลี่ยนไป อสมท ก็ไม่แตกต่างจากองค์กรอื่นๆ ที่จำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มานำเสนอลูกค้า ให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ ‘ธุรกิจสื่อใหม่’ ที่ อสมท ทำการทดลองให้บริการแพร่ภาพโทรทัศน์ด้วยระบบดิจิตอล มุ่งไปยังผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ (Digital Video Broadcasting – Handheld: DVB – H) เป็นความร่วมมือด้านเทคนิคจากประเทศเกาหลี ตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา

“เราทดลองแล้วกับกลุ่มผู้ใช้ระบบ GPS – Global Position System ที่มีอยู่ราว 10 ล้านคน เป็น TV on Mobile ในบริเวณพื้นที่ย่าน อสมท และสยามสแควร์ ผมคิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องกับการเกาะติดข่าวของผู้ชมครับ” คนข่าวอย่างวสันต์ กับบทบาทของการเป็นผู้บริหาร เนื้อข่าว เนื้อสารในมือของ อสมท ต้องพัฒนาไม่หยุดยั้ง และต้องบวกรวมกับวิสัยทัศน์ช่องทางการนำเสนอในทิศทางที่ถูกต้อง วิ่งเข้าหากลุ่มผู้ชมกลุ่มใหญ่ เป็นบทท้าทาย ‘เส้นบางๆ’ ของวสันต์ ยิ่งนัก แม้เพียงนาทีเดียวที่มีโอกาสเข้าบริหารงานที่ อสมท ก็เป็นความภูมิใจที่จะขอเก็บไว้กับตัวเองในฐานะ ‘คนข่าว’ และแม้จะต้องก้าวเดินจากไป ก็เป็นความภูมิใจ กับการเคยมีส่วนร่วมคนหนึ่งขององค์กรแห่งนี้เช่นกัน....

|
|
|
“คนข่าวกับงานพาณิชย์”
อุดมการณ์ และเงินตรา เป็นเรื่องที่สร้างความสมดุลได้ไม่ง่ายนัก อุดมการณ์กินไม่ได้ แต่สุขใจ เงินตรา บันดาล เสกสรร ซื้อทุกอย่างได้ตามปรารถนา เส้นบางๆ ระหว่างอาชีพนักสื่อสารมวลชนกับระบบทุนนิยม จึงกลืนกลาย ไม่ควรโน้มตัวเองไปทางหนึ่งทางใดเกินงาม ‘อสมท’ – บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ก่อรูปมาจากพัฒนาการของช่อง 4 บางขุนพรหม ตามพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 และแปลงสภาพกระจายหุ้นสู่มหาชน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อ 8 ตุลาคม 2547 อสมท เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบกิจการสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ สถานีวิทยุกระจายเสียง 62 สถานี สำนักข่าวไทย รวมทั้งมีบริษัทย่อยด้านผลิตรายการ และสัญญาร่วมดำเนินกิจการกับเอกชน การแพร่ภาพของสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ มีสถานีเครือข่าย 35 สถานี ครอบคลุมพื้นที่ราว 87% ทั่วประเทศ โดยมีแนวคิด ว่าเป็น “สังคมอุดมปัญญา” ประจำปี มาตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา เช่น โทรทัศน์แห่งความทันสมัย, ที่สุดของที่สุด, สถานีหุ้น, ความบันเทิงปนสาระ, สังคมอุดมปัญญา, ความสุขสุดสัปดาห์ และล่าสุดด้วยแนวคิด “คุณภาพ ความรู้ ดูสนุก”
การบริหารองค์กรแห่งนี้มีความท้าทายกับนักวิชาชีพสื่อสารมวลชน หรือแม้กระทั่งนักการตลาด บนเส้นบางๆ ยิ่งนัก โดยเฉพาะในยุคโลกแห่งการค้าเสรี และวัฒนธรรมองค์กรที่กลืนกลาย สืบมาจากการก่อรูป ความเป็นรัฐวิสาหกิจที่ก้าวอีกขั้น เป็นบริษัทมหาชน บนคราบไคล้ของการสังกัด กำกับดูแลจากนักการเมือง “ผมมารับตำแหน่งบริหารงาน เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 ตามประสบการณ์ของผม ถือว่าเป็นอีกก้าวของการทำงาน รู้ครับว่าวิชาชีพนี้มีผลกระทบต่อสังคมวงกว้าง แต่มันเป็นความหวังของคนข่าวอย่างผม ที่อยากนำเสนอ บนฐานของการเป็นสื่อ ที่จะมีส่วนร่วมพัฒนาสังคมไทยครับ” คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พูดถึงงานของตัวเขาเอง หลังจากผ่านกระบวนการสรรหาจากคณะกรรมการ ในบรรยากาศเปลี่ยนผ่าน กดดันทางการเมือง จากเกณฑ์การดำเนินการ ภาพพจน์ด้านการตลาด เขาต้องมีการถูกประเมินผลงานทุกๆ 6 เดือน ความพร้อมจากฐานอันมั่นคง และเครือข่ายของสำนักข่าวไทย เสมือนหนึ่งเป็นสำนักข่าวแห่งชาติ ที่โยงใยไปยังสำนักข่าวต่างๆ ทั่วโลก จึงเป็นข้อได้เปรียบในการขยายฐานลูกค้า – การตลาดอยู่ไม่น้อย ‘ภาครายการ’ หมายรวมทั้งการนำเสนอข่าวสาร และความบันเทิง เป็น ‘สินค้า’ ที่นำเสนอต่อ ‘ผู้ชม’ ซึ่งก็คือ ‘ลูกค้า’ ของงานสื่อสารมวลชน ยิ่งมียอดผู้ชมมาก ก็ย่อมหมายถึงมีลูกค้ามาก และต่อยอดรวมไปถึงการขายโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้ขององค์กร การใช้งบประมาณผ่านสื่อต่างๆ ของภาคธุรกิจในประเทศไทยกว่า 90,000 ล้านบาท ในปี 2550 แบ่งเป็นการใช้เม็ดเงินสื่อโทรทัศน์ราว 60% ทางเลือกการรับชมของผู้ชมโทรทัศน์ ช่อง 3, 5, 7, 9, 11 จึงส่งผลกับรายได้ของแต่ละช่องอย่างชัดเจน ด้วยตัวประเมินจาก ‘Rating’ อันสะท้อนกลับไปยังอัตราค่าโฆษณา “ตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่ง ผมสานต่องานที่ดีได้คงเดิม ด้วยแนวคิดหลักของสถานีให้เป็นสังคมอุดมปัญญา การเรียนรู้ จะทำให้สังคมไทยแข็งแรง สื่อต้องทำหน้าที่นี้โดยผสมเข้ากับการได้ความรู้ ดูสนุก มีสาระ สร้างสรรค์ ผังรายการของโมเดิร์นไนน์ จึงปรับให้กลมกล่อมยิ่งขึ้นครับ” 
|
|
|
|
|
|